บทความ, รีวิว

เทคโนโลยี AI เปลี่ยนวิธีทำงานของคนยุคใหม่อย่างไร?

เทคโนโลยี AI เปลี่ยนวิธีทำงานของคนยุคใหม่อย่างไร? 1

เทคโนโลยี AI เปลี่ยนวิธีทำงานของคนยุคใหม่อย่างไร

เจาะลึกบทบาท การปรับตัว และสถิติการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรูปแบบการทำงานของมนุษย์อย่างลึกซึ้งและรวดเร็วที่สุด ตั้งแต่การจัดการเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสาร การตลาด ไปจนถึงการพัฒนาโปรแกรมและงานสร้างสรรค์ AI ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังกำลังเปลี่ยนบทบาทและแนวคิดของ “คนทำงานยุคใหม่” ให้ต้องปรับตัวสู่รูปแบบการทำงานที่ชาญฉลาดและมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด คือ การที่ AI เข้ามาช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน และเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการทำงาน รายงานจาก McKinsey (2025) ระบุว่า Generative AI สามารถทำงานแทนมนุษย์ในกิจกรรมต่าง ๆ ได้ถึง 60–70% โดยเฉพาะงานด้านเอกสาร การสรุปรายงาน การเขียนโค้ด การจัดทำสไลด์ และการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ส่งผลให้พนักงานสามารถประหยัดเวลา และนำทรัพยากรไปเน้นกับงานเชิงกลยุทธ์ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจ ซึ่งเป็นงานที่สร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้มากกว่า

นอกจากนี้ AI ยังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพและผลผลิตขององค์กร McKinsey ประเมินว่า การนำ AI มาใช้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นสูงถึง 2.6–4.4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี จากการลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำ และเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการทำงาน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นศักยภาพของ AI ในการเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในยุคดิจิทัล

ด้านการใช้งานจริงในองค์กร จากรายงาน AI Statistics 2025 พบว่า ปัจจุบัน 78% ขององค์กรทั่วโลกมีการใช้ AI อย่างน้อยหนึ่งฟังก์ชันในกระบวนการทำงาน และ 71% มีการใช้งาน Generative AI เป็นประจำ ขณะที่ 44% ของพนักงานได้นำ AI มาใช้ในงานประจำวัน อย่างไรก็ตาม มีเพียง 1% ขององค์กรเท่านั้นที่สามารถนำ AI มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนให้เห็นว่าแม้ AI จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่หลายองค์กรยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเรียนรู้และปรับตัวเพื่อใช้ศักยภาพของ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การเข้ามาของ AI ยังส่งผลต่อโครงสร้างตลาดแรงงานทั่วโลก รายงาน The Future of Jobs Report 2025 จาก World Economic Forum คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 จะมีตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้นถึง 170 ล้านตำแหน่ง ในขณะที่บางงานจะถูกแทนที่ราว 92 ล้านตำแหน่ง คิดเป็นการเพิ่มสุทธิของตำแหน่งงานกว่า 78 ล้านตำแหน่งทั่วโลก สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้ทำให้การจ้างงานลดลงโดยรวม แต่กลับสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับแรงงาน โดยเฉพาะในสายงานด้านเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และงานสร้างสรรค์เชิงดิจิทัล

ในขณะเดียวกัน ทักษะของมนุษย์กลับมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น World Economic Forum และ LinkedIn รายงานว่า จำนวนผู้ที่พัฒนาทักษะด้าน AI เพิ่มขึ้นกว่า 177% ตั้งแต่ปี 2023 และความต้องการทักษะ Soft Skills เช่น การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสาร เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% แสดงให้เห็นว่าแม้ AI จะสามารถทำงานหลายอย่างแทนมนุษย์ได้ แต่ทักษะด้านความคิด การตัดสินใจ และการสื่อสารยังคงเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์